Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 

 

 

 

 

 


นางสาวสุภาณี  การะบัน
(น้องส้ม)
รหัส   4911503235
เทคโนโลยีสารสนเทศ


somsom_nong@hotmail.com

 

 

 

 

 

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการสแกนภาพมีดังนี้

  • สแกนเนอร์
  • สาย SCSI สำหรับต่อจากสแกนเนอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์
  • ซอฟต์แวร์สำหรับการสแกนภาพ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของสแกนเนอร์ให้ สแกนภาพตามที่       กำหนด
  • ซอฟต์แวร์สำหรับการแก้ไขภาพที่สแกนมาแล้ว เช่น Photoshop Imagescan II หรือกรณีที่ต้องการ       สแกนเอกสารเก็บไว้เป็นไฟล์ที่นำกลับมาแก้ไขได้อาจต้องมีซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนด้าน OCR
  • จอภาพที่เหมาะสมสำหรับการแสดงภาพที่สแกนมาจากสแกนเนอร์
  • เครื่องมือสำหรับแสดงพิมพ์ภาพที่สแกน เช่น เลเซอร์พรินเตอร์ หรือสไลด์โปรเจคเตอร์
  •                                                                                                             

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ประเภทของสแกนเนอร์

    สแกนเนอร์แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ
             1. แบบเลื่อนกระดาษ (Sheet-fed scanner)
                 แบบเลื่อนกระดาษ (sheet-fed scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะรับกระดาษแล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่านหัวสแกนซึ่ง อยู่กับที่ ข้อจำกัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็นแผ่นกระดาษได้เท่านั้น ไม่สามารถ อ่านภาพจากสมุดหรือหนังสือได้

                                                       

             2. แบบแท่นนอน (flatbed scanner)
                 แบบแท่นนอน (Flatbed scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้าย ๆ กับเครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บนแผ่นกระจกใส และเมื่อทำการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ข้อจำกัดของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอนคือแม้ว่าอ่านภาพจากหนังสือได้แต่กลไกภายในต้องใช้ การสะท้อนแสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทำให้ภาพมีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก

                                                       

              3. แบบมือถือ
                  สแกนเนอร์แบบนี้ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัวสแกนเนอร์ไปบนหนังสือหรือรูปภาพเอง สแกนเนอร์ แบบมือถือได้รวม เอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูกเพราะกลไกที่ใช้ไม่ สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจำกัด   ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน   ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ    ในการเลื่อนหัวสแกนเนอร์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้หัวสแกนเนอร์แบบนี้ยังมีหัวสแกนที่มีขนาดสั้น ทำให้อ่านภาพบนหน้าหนังสือขนาดใหญ่ได้ไม่ครบ 1 หน้า ทำให้ต้องอ่านหลายครั้งกว่าจะครบหนึ่งหน้า ซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลายตัว ที่ใช้กับสแกนเนอร์ แบบมือถือ ซึ่งสามารถต่อภาพที่เกิดจากการสแกนหลายครั้งเข้าต่อกัน

                                                

      BACK 
     

     

    การทำงานของสแกนเนอร์

    การทำงานของสแกนเนอร์คือ   การส่องแสงไปที่วัตถุที่ต้องการสแกน   ซึ่งแสงที่ส่องไปกระทบวัตถุนั้นจะสะท้อนกลับมา   และถูกส่งผ่านไปที่เซลล์ไวแสง   ซึ่งมีชื่อเรียกว่า  CCD (Charge-Coupled Device)   โดย   CCD   จะทำการตรวจวัดความเข้มของแสงที่สะท้อนกลับออกมาจากวัตถุซึ่งความเข้มของแสงที่สะท้อนกลับออกมานั้นจะถูก CCD แปลงให้เป็นข้อมูลทางดิจิตอล เพื่อส่งผ่านไปเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผลภาพหรือสีนั้นๆ   ออกมา    โดยที่ลักษณะความเข้มของแสง ที่ออกมาจากวัตถุนั้นจะมีความเข้มต่างๆ    กันตามสีของวัตถุ   ซึ่งในส่วนของวัตถุที่มีสีเข้มก็จะสะท้อนแสงน้อยกว่าส่วนที่มีสีอ่อน เป็นต้น

    การทำงานของเครื่องสแกนเนอร์นั้นจะถูกควบคุมโดยซอฟต์แวร์ (ซึ่งในปัจจุบันจะเรียมาตรฐานควบคุมผ่านทางซอฟแวร์นี้ว่า TWAIN)   ซึ่งควบคุมการอ่านของข้อมูลที่อยู่ในรูปของดิจิตอลเป็นข้อมูลที่ CCD สามารถตรวจจับปริมาณความเข้มของแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุนั้นๆ

     

    อย่างไรก็ตามในกรณีที่วัตถุนั้นเป็นลักษณะโปร่งแสง   เช่น   ฟิล์ม หรือแผ่นใส แสงที่ส่องออกมาจากเครื่องสแกนเนอร์จะทะลุผ่านวัตถุนั้นออกไป โดยไม่มีการสะท้อน หรือถ้ามีการสะท้อนก็น้อยมากจน CCD ตรวจจับความเข้มของแสงนั้นไม่ได้ หรือได้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไป

    ดังนั้นในการสแกนวัตถุที่มีลักษณะโปร่งแสงเช่นนี้    จำต้องมีชุดหลอดไฟส่องสว่างทางด้านบนของวัตถุนั้นๆ เพิ่มเติมด้วย ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ก็คือ   Transparency Unit   หรือ   Film Adapter   นั้นเอง

                                                    

       
     ตัวอย่างเครื่องกราดภาพต่างๆ

      BACK  

     

    ความหมายของสแกนเนอร์  

              สแกนเนอร์ คืออุปกรณ์ซึ่งจับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของแอนาลอกเป็นดิจิตอลซึ่ง คอมพิวเตอร์ สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย, ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ สามารถใช้สแกนเนอร์ทำงานต่างๆได้ดังนี้
                      • ในงานเกี่ยวกับงานศิลปะหรือภาพถ่ายในเอกสาร
                      • บันทึกข้อมูลลงในเวิร์ดโปรเซสเซอร์
                      • แฟ็กเอกสาร ายใต้ดาต้าเบส และ เวิร์ดโปรเซสเซอร์
                      • เพิ่มเติมภาพและจินตนาการต่าง ๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์สื่อโฆษณาต่างๆ

                                      BACK 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    BOOK




























     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

       BACK   

     

     

     

     

    ชนิดของภาพที่นำมาสแกน

              การจะสแกนภาพออกมาได้ดีนั้น     จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบชนิดของภาพที่นำมาสแกนด้วย  เนื่องจากคอมพิวเตอร์นั้นแสดงภาพและจับภาพออกมาเป็นข้อมูลดิจิตอลที่มีความเกี่ยวข้องกับพิกเซล ในที่นี้ก็เปรียบเหมือนกับจุดเล็กๆ   ที่ประกอบออกมาเป็นภาพ ภาพ ๆ หนึ่งถ้าเป็นภาพหยาบ ๆ   จะประกอบด้วยพิกเซลหลายร้อยพิกเซล หรือหากเป็นภาพที่ละเอียดและเป็นภาพสีก็อาจจะประกอบด้วยพิกเซลขนาดเป็นล้านๆ พิกเซลก็ได้ ยิ่งจำนวนพิกเซลเพิ่มมากเท่าไร ภาพจะยิ่งละเอียดมากเท่านั้น  และก็จะใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากยิ่งขึ้นด้วย สำหรับการแบ่งประเภทโดยทั่วไป แบ่งภาพออก เป็นประเภทดังนี้
              1. ภาพ Single Bit
                  ภาพ  Single Bit   เป็นภาพที่มีความหยาบมากที่สุดใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลน้อยที่สุด แต่ ใช้ประโยชน์ได้ไม่มาก   ข้อดีของภาพประเภทนี้  คือใช้ทรัพยากรของเครื่องน้อยที่สุดใช้พื้นที่ ในการเก็บข้อมูลน้อยที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสแกนภาพน้อยที่สุด Single-bit แบ่งออกได้สองประเภทคือ
                   - Line Art ได้แก่ภาพที่มีส่วนประกอบเป็นภาพขาวดำ ตัวอย่างของภาพพวกนี้ ได้แก่ ภาพที่ได้จากการสเก็ต
                   -  Halftone ภาพพวกนี้จะให้สีที่เป็นโทนสีเทามากกว่า แต่โดยทั่วไปยังถูกจัดว่าเป็นภาพประเภท Single-bit เนื่องจากเป็นภาพหยาบๆ
              2. ภาพ Gray Scale
                  ภาพพวกนี้จะมีส่วนประกอบมากกว่าภาพขาวดำ  โดยจะประกอบด้วยเฉดสีเทาเป็นลำดับขั้น ทำให้เห็นรายละเอียดด้านแสง-เงา ความชัดลึกมากขึ้นกว่าเดิม ภาพพวกนี้แต่ละพิกเซลหรือแต่ละจุดของภาพอาจประกอบด้วยจำนวนบิตมากกว่า ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น
             3. ภาพสี
                 หนึ่งพิกเซลของภาพสีนั้นประกอบด้วยจำนวนบิตมหาศาล      และใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมาก ควาามสามารถในการสแกนภาพออกมาได้ละเอียดขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าใช้สแกนเนอร์ขนาดความละเอียดเท่าไร
            4. ตัวหนังสือ
                ตัวหนังสือในที่นี้ ได้แก่ เอกสารต่างๆ เช่น ต้องการเก็บเอกสารเกี่ยวกับสัญญาการซื้อขาย โดยไม่ต้องพิมพ์ลงในแฟ้มเอกสารของเวิร์ดโปรเซสเซอร์ ก็สามารถใช้สแกนเนอร์ สแกนเอกสารดังกล่าว และเก็บไว้เป็นแฟ้มเอกสารได้ นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถใช้ โปรแกรมที่สนับสนุน OCR (Optical Chareacters Reconize) มาแปลงแฟ้มภาพเป็นเอกสาร ดังกล่าวออกมาเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้                                                                                                       

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    หลักการสแกนภาพ

                   แม้ว่าสแกนเนอร์จะมีหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ แต่การใช้งานไม่แตกต่างกันมากนัก ความรู้ในการใช้สแกนเนอร์     รุ่นหนึ่ง ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับรุ่นอื่น ยี่ห้ออื่นได้เช่นกัน โดยมีหลักการสแกนพื้นฐานดังนี้

    • เลือกโหมดภาพที่เหมาะสม - โดยปกติสแกนเนอร์จะตรวจสอบประเภทของข้อมูลที่จะทำการสแกนโดยอัตโนมัติ ดังนั้นหากนำเอกสารเนื้อหาหนังสือไปสแกน โปรแกรมจะกำหนดโหมดเป็นขาวดำ หรือลายเส้น แต่ถ้านำภาพถ่ายไปสแกน ก็จะใช้โหมดสี อย่างไรก็ตามผู้ใช้ก็สามารถกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงโหมดให้เหมาะสมกับการใช้งานได้เช่นกัน
    • กำหนดความละเอียดให้เหมาะสมกับลักษณะการนำไปใช้งาน - ความละเอียดของภาพ หรือ Resolution ไม่ควรกำหนดไว้สูงเกินไป โดยเฉพาะถ้าต้องการนำมาใช้งานกับเว็บเพจ เพราะทำให้เสียเวลาสแกนนานเกินไป รวมทั้งเสียพื้นที่ในการจัดเก็บภาพ
    • กำหนดขนาดของภาพให้เหมาะสม - ขนาดของภาพ (Size) สำหรับการทำเว็บ ควรกำหนดให้เท่ากับภาพต้น
      ฉบับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภาพเบลอในขั้นตอนการตกแต่งด้วยโปรแกรมแต่งภาพ
                                                                                                       
                                                                              BACK   

     

     

     

     

     

     

    วิธีการสแกนภาพ

    สำหรับการสแกนภาพ มีวิธีปฏิบัติดังนี้

    1. เตรียมภาพต้นฉบับ ได้ทั้งข้อความ, ภาพขาวดำ และภาพสี (สแกนเนอร์บางรุ่นสามารถสแกนวัตถุ 3 มิติได้ เช่น กระป๋อง, นาฬิกา ฯลฯ
    2. เรียกโปรแกรมสแกนภาพ ตัวอย่างการเรียกโปรแกรมสแกนของสแกนเนอร์รุ่น HP DeskScan II

       

    3.  
    4. นำภาพหรือวัตถุที่ต้องการสแกน วางบนกระจกของสแกนเนอร์ ปิดฝาของเครื่องสแกนเนอร์เพื่อป้องกันแสงภายนอก

                                          
    5. ตั้งค่าการสแกนภาพ เช่น โหมดภาพ, ขนาดภาพ และความละเอียด
      • ภาพที่ต้องการนำไปใช้ในงานพิมพ์ ควรกำหนดความละเอียด 150 - 300 จุดต่อนิ้ว
      • ภาพที่ต้องการใช้ในการสร้างเอกสารเว็บ ควรกำหนดความละเอียด 72 จุดต่อนิ้ว
    6. คลิกปุ่มเริ่มสแกน (แสดงด้วยคำว่า Preview หรือ Start Scan เป็นต้น) ช่วงนี้จะใช้เวลาพอสมควรสำหรับสแกนเนอร์บางรุ่น ทั้งนี้ระหว่างที่สแกนเนอร์ทำงาน ไม่ควรขยับภาพหรือวัตถุ
    7. เมื่อเครื่องทำการสแกนภาพต้นฉบับ ภาพจะปรากฏบนหน้าต่างโปรแกรม ผู้ใช้สามารถกำหนดหรือเลือกขอบเขตที่ต้องการได้ หลังจากนั้นคลิกปุ่ม Final หรือ Save (ตามแต่ระบบ)
    8. โปรแกรมจะทำการแปลงสัญญาณแล้วส่งภาพไปปรากฏบนหน้าต่างทำงานของโปรแกรมกราฟิก หรือบันทึกเป็นไฟล์ภาพ (ตามแต่ระบบ)
    9. สำหรับการสแกนแบบบันทึกผลลัพธ์เป็นไฟล์ มีหลักพิจารณาดังนี้ หากต้องการนำภาพนั้นไปใช้เป็นภาพต้นฉบับสำหรับงานสิ่งพิมพ์ และมีพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เหลือจำนวนมาก แนะนำให้บันทึกไฟล์ภาพด้วยฟอร์แมต TIF เนื่องจากจะได้ไฟล์ภาพที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วน แต่ถ้าต้องการภาพเพื่อประกอบเอกสารเว็บโดยเฉพาะ สามารถเลือกฟอร์แมตเป็น JPEG ได้เลย ซึ่งจะช่วยประหยัดพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ได้

                                                                   
    10. BACK   

       

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    เทคโนโลยีการสแกนภาพ

    • แบบ PMT (Photomultiplier Tube)
      เทคโนโลยีแบบ  PMT  หรือ  Photomultiplier  tube   ใช้หัวอ่านที่ทำจากหลอดสูญญากาศให้เป็นสัญญาณ ไฟฟ้าและสามารถขยายสัญญาณได้กว่าร้อยเท่า ทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดสูงและมีราคาแพง

    • แบบ CIS (Contact Image Sensor)
      เทคโนโลยีแบบ CIS หรือ Contact image sensor ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์แบบสัมผัสภาพซึงเป็นระบบการทำงานที่ตัวรับแสง   จะรับแสงที่สะท้อนกลับจากภาพมายังตัวเซนเซอร์โดยตรงไม่ต้องผ่านกระจกเลนส์ ลำแสงสีขาวที่ใช้ในการสแกนจะมี 3 หลอดสีคือ สีแดง, น้ำเงิน และเขียว ทั้ง 3 หลอดจะสร้างแสงสีขาวขึ้นมาเพื่อใช้สแกน สำหรับสแกนเนอร์ที่ใช้ระบบ CIS นี้ ให้ความละเอียดสูงสุดได้ประมาณ  600  จุดต่อนิ้วเท่านั้น  ระบบนี้จะมีข้อจำกัดเรื่องของการโฟกัส คือ ไม่สามารถโฟกัสได้เกิน 0.2 มม. จึงทำให้ไม่สามารถสแกนวัตถุที่มีความลึกหรือวัตถุ 3 มิติได้

    • แบบ CCD (Charge-Coupled Deiver)
      เทคโนโลยีแบบ CCD  หรือ Charged-coupled device   ใช้หัวอ่านที่ไวต่อการรับแสงและสามารถแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า สแกนเนอร์ส่วนใหญ่ใช้เซนเซอร์แบบ CCD จึงทำให้สามารถสแกนวัตถุที่มีความลึกหรือวัตถุ  3  มิติได้  แต่รูปทรงจะมีขนาดใหญ่กว่าแบบ CIS    เพื่อรองรับแผงวงจรที่ใช้พลังงานสูง   การทำงานของสแกนเนอร์แบบ CCD  คือการส่องแสงไปที่วัตถุที่ต้องการสแกน เมื่อแสงสะท้อนกับวัตถุและสะท้อนกลับมาจะถูกส่งผ่านไปที่ CCD เพื่อตรวจวัดความเข้มข้นของแสงที่สะท้อน กลับออกมาจากวัตถุ และแปลงความเข้มของแสงให้เป็นข้อมูลทางดิจิตอล เพื่อส่งผ่านไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลภาพหรือสีนั้นๆ ออกมา ในลักษณะความเข้มข้นของแสงที่ออกมาจากวัตถุ (ส่วนของสีที่มีสีเข้มจะสะท้อนแสงน้อยกว่าส่วนที่มีสีอ่อน)   การทำงานของเครื่องสแกนเนอร์จะถูกควบคุมโดยซอฟแวร์ที่เรียกว่า  TWAIN  ซึ่งจะควบคุมการอ่านข้อมูลที่อยู่ในรูปของดิจิตอล เป็นข้อมูลที่ CCD  สามารถตรวจจับปริมาณความเข้มข้นของแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุนั้น แต่ในกรณีที่วัตถุนั้นเป็นลักษณะโปร่งแสง เช่น ฟิล์ม หรือแผ่นใสแสงที่ออกมาจากเครื่องสแกนเนอร์ จะทะลุผ่านม่านวัตถุนั้นออกไป โดยจะไม่มีการสะท้อน หรือถ้ามีการสะท้อน ก็จะน้อยมากจนCCD ตรวจจับความเข้มของแสงนั้นไม่ได้   หรือถ้าได้ก็อาจเป็นข้อมูลที่มีความผิดเพี้ยนไป  ดังนั้นการสแกนวัตถุที่มีลักษณะโปร่งแสงนั้น ต้องมีชุดหลอดไฟส่องสว่างด้านบนของวัตถุนั้นซึงอุปกรณ์ชนิดนี้ได้แก่ Transparency Unit หรือFilm
                                                                                         

        BACK   

      ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สแกนเนอร์ จัดทำโดย นางสาวสุภาณี การะบัน   รหัส  4911503235   เอก. เทคโนโลยีสารสนเทศ

    SCANNER

    สุดฮอต

    สบายสบาย 

     

     

     

     

     

       

    ผู้จัดทำ 

    รายชื่อสถานีเพลง

    หนังสือพิมพ